ผจญภัยหัวใจสีเขียว : ตามรอยอัศวิน เยือนถิ่น จปร.
วันนี้นู๋เป๋อขออนุญาตนอกใจราชนาวีไทยสักเล็กน้อย
เพราะมีโปรแกรมเดินทางไปท่องเที่ยวกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมาครับ
ทริปนี้เป็นโครงการท่องเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ
ภายใต้ชื่อโครงการ "ผจญภัย หัวใจสีเขียว"
จริง ๆ แล้ว ทาง ททท. ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวกองทัพบก
จัดทริปนี้ขึ้นมา โดยมี ๓ โปรแกรมย่อย
โปรแกรมที่ ๑ จะไปที่ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จว.ลพบุรี
วันที่ ๓๐ มี.ค. และ ๑ เม.ย.ค่าเดินทางท่านละ ๙๙๙ บาท
แต่ทริปนี้คนร่วมเดินทางน้อย จึงยกเลิกไป
โปรแกรมที่ ๒ จะเยือนถิ่น อัศวิน จปร. ที่ รร. จปร. จว.นครนายก
วันที่ ๗ และ ๘ เม.ย.ค่าเดินทางท่านละ ๙๙๙ บาท เช่นกัน
และนู๋เป๋อก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของทริปนี้ด้วยครับ อิ อิ อิ
โปรแกรมที่ ๓ เป็นทริป ๒ วัน ๑ คืน ไปที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จว.ลพบุรี
วันที่ ๒๑ - ๒๒ เม.ย. ค่าเดินทางท่านละ ๑,๗๙๙ บาทครับ
(ปล. ททท.อย่าลืมจ่ายค่าช่วยโฆษณาให้นู๋เป๋อด้วยนะครับ อิ อิ อิ
ขอเป็นส่วนลดครึ่งราคาทริป ๓ ละกัน หุ หุ หุ)
เข้าเรื่องดีกว่าครับ หลังจากที่นู๋เป๋อตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า
จะไปทริป จปร.ให้ได้ เพราะอยากไปมานานแล้ว
(จริง ๆ ที่อยากไปที่สุดคือ รร.นายเรือ)
ตามกำหนดการเดินทาง รวมพลกันที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดี เวลา ๐๖๓๐
เริ่มเคลื่อนพลกันเวลา ๐๗๐๐ ถึง รร.จปร. เวลา ๐๘๓๐
แล้วแวะสักการะเจ้าพ่อขุนด่านก่อน
ด้วยความที่ตื่นเต้น กลัวจะตกรถ ไม่ชอบให้คนอื่นรอนู๋เป็นคนสุดท้าย
ก็เลยออกจากห้องเพื่อนที่อนุสาวรีย์ตอน ๐๖๐๐
จะนั่งรถเมล์ไปก็กลัวว่าจะต้องเข้าไปไกล
(เพราะไม่เคยไปสโมสรทหารบกมาก่อนและก็ขี้เกียจเดิน)
เลยนั่งแทกซี่ดีกว่าไปถึงสโมสรทหารบกตอน ๐๖๑๕ ผีจะหลอกเอา
มีแค่พ่อลูกคู่เดียวเองที่เป็นนักท่องเที่ยว
ส่วนที่เหลืออีก ๓-๔ คนเป็นผู้สื่อข่าวกับเจ้าหน้าที่ของ ททท.
ก็รอกันไป รอกันมา จน ๐๗๒๐ รถถึงได้เคลื่อนออกจากสโมสร เลทไปนิดหน่อย
คนที่มากับรถก็มีประมาณ ๓๐ คน แต่เป็นนักท่องเที่ยวจริง ๆ ประมาณ ๑๐ คน
ที่เหลือเป็นนักข่าวที่ตามมาทำข่าว
เพราะมีน้องตูน (นักร้อง โน๊ต - ตูน)มาร่วมทริปด้วย
ทริปนี้มีพี่เป้เป็นไก่ เอ๊ย ไกด์ครับ พี่เป้หน้าตาคล้าย ๆ เสนาหอย
จะต่างก็ตรงทรงผมเนี่ยแหละ อิ อิ อิ
และก็มีผู้พันบอมบ์ (คงไม่ใช่พี่บอม-พี่ตาแดงหรอกนะครับ)แห่ง ทบ.
มาให้ความรู้กับผู้ร่วมเดินทาง ในฐานะศิษย์เก่าแห่งรั้วแดงกำแพงเหลือง
เมื่อมากันถึงแล้ว ก็แจกอุปกรณ์กันแดดก่อนเลยครับ

ผจญภัยหัวใจสีเขียว FAMILY TRIP
การเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างช้ากว่ากำหนดการสักเล็กน้อย
เนื่องจากออกจากจุดนัดพบช้า และรถก็ขับช้าได้ใจนู๋เป๋อจริง ๆ หุ หุ หุ
กว่าจะไปถึง รร.จปร. ก็ปาเข้าไป ๐๙๐๐ พอดี
เข้าสู่เขตรั้วแดงกำแพงเหลือแล้ว นู๋เป๋อก็รู้สึกตื่นเต้นแบบบอกไม่ถูก
อาจจะเป็นเพราะว่า เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่อยากไปมานานแล้ว
แต่ไม่มีโอกาสสักที วันนี้ก็เลยตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ
รถบัสจอดแวะสักการะเจ้าพ่อขุนด่าน ประมาณ ๒๕ นาที

ศาลเจ้าพ่อขุนด่านที่ชาว จปร.เคารพครับ
ที่ศาลเจ้าพ่อขุนด่านนี้ จะมีพ่อค้าซึ่งเป็นชาวบ้านและเป็นเจ้าหน้าที่ของ รร.จปร.
นำ "ดอกดาหลา" มาขายเพื่อให้นักท่องเที่ยวนำไปสักการะเจ้าพ่อขุนด่าน

ดอกดาหลาที่ชาวบ้านนำมาขายให้กับนักท่องเที่ยว
เสร็จจากสักการะเจ้าพ่อขุนด่าน ก็ขึ้นรถเพื่อไปชมพิพิธภัณฑ์ ๑๐๐ ปี จปร.
ที่แห่งนี้จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับ รร.นายร้อย จปร.ตั้งแต่ในอดีต จนถึงปัจจุบัน
และที่แห่งนี้เอง ที่เป็นที่ต้อนรับพวกเราอย่างเป็นทางการ
โดยท่านรองผู้บัญชาการส่วนการท่องเที่ยว รร.จปร.
พร้อมด้วยน้อง ๆ นักเรียนนายร้อยอีก ๓ นาย
มีการถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวและกลุ่มสื่อมวลชน

ถ่ายรูปร่วมกันครับ
หลังจากนั้นก็เข้าไปชม Multivision เกี่ยวกับ รร.จปร.
และเดินดูบริเวณภายในพิพิธภัณฑ์
เสร็จแล้วก็ออกมาขึ้นรถเพื่อไปสักการะพระบรมรูปของ ร.๕ ที่บริเวณศาลาวงกลม
อีกหนึ่งศูนย์รวมจิตใจของเหล่านักเรียนนายร้อย


ศาลาลม หรือ ศาลาวงกลม
หลังจากนั้น ก็เดินทางไปบุกตะลุยอาคารนอนของนักเรียนนายร้อย
ซึ่งปกติเขาจะไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปในบริเวณอาคารนอน
งานนี้กรุ๊ปของ ททท. จึงค่อนข้างได้รับสิทธิพิเศษ
และก็ทำให้นู๋เป๋อได้ไปสัมผัสวิถีการใช้ชีวิตของเหล่าน้อง ๆ นนร.
ถึงในห้องนอนและห้องน้ำเลยดีทีเดียว

ซื่อตรงต่อหน้าที่ ศักดิ์ศรีเหนือสิ่งอื่นใด

ห้องนอนของ นนร.ครับ แต่ช่วงนี้น้อง ๆ กลับบ้านกันครับ

อันนี้ห้องลับครับ (ห้องอาบน้ำ)
ขออภัยที่ไม่มีนายแบบ นู๋เป๋อจะเป็นให้ก็เกรงจาย หุ หุ หุ
งานนี้มีน้อง ๆ นนร.ชั้น ๒ ที่อยู่เวรมาเป็นคนพาทัวร์อาคารนอนครับ
เสร็จแล้ว... ก็ยังพอมีเวลาเหลือเลยนั่งรถวนรอบโรงเรียน
และก็ขึ้นไปบนอาคารรับรอง เพื่อให้เห็นวิวของ รร.จปร.จากมุมสูง

ป้ายเดียว ใช้ได้ทุกสถานที่จริง ๆ หุ หุ หุ
เสร็จแล้วก็ลงมารับประทานอาคารที่โรงเลี้ยง

ซึ่งที่แห่งนี้ น้อง ๆ นนร.บอกว่า นนร.ทุกชั้นปีจะต้องมาทานอาหารร่วมกันที่นี่
สำหรับอาหารในวันนี้ ประกอบด้วย
๑. ไข่เจียวใส่ถั่วงอกและต้นหอม
๒. ผัดเผ็ดถั่วฝักยาวกับหมู
๓. ต้มยำไก่ใส่เห็ด
๔. ผลไม้ตามฤดูกาล (กล้วยไข่ ส้มเขียวหวาน เงาะ ชมพู่)
๕. ไอศรีมนมสด

งานนี้อาหารรสชาติอร่อย (แบบที่น้อง ๆ นนร.บอกมา)
(ชักสงสัยแล้วว่า มันอร่อยแบบไหน หุ หุ หุ)
เสร็จจากทานข้าวเที่ยงแล้ว
ช่วงบ่ายก็เป็นกิจกรรมผจญภัยทางทหารแล้วครับ
ช่วงเวลาที่เด็ก ๆ (อย่างนู๋เป๋อ) รอคอย
เริ่มกิจกรรมแรกด้วย "กระโดดหอสูง"

สูงชะมัด มองลงมาข้างล่าง ขาสั่น พั่บ พั่บ
งานนี้เด็ก ๆ สนุกสนานกันเป็นอย่างมาก
เพราะอยู่ในวัยที่กำลังคึกคะนอง
และนู๋เป๋อเองก็สนุกอย่างมาก เพราะขาสั่น พั่บ พั่บ พั่บ
ตั้งแต่สมัยเรียน ม.ต้น ไปเข้าค่ายลูกเสือที่ค่ายพระรามหก หัวหิน
เขาให้กระโดดหอ นู๋เป๋อยังขอสละสิทธิ์ (กลัวสลิงขาด)
แล้วสมัยนี้ล่ะ หุ หุ หุ ไม่อยากจะคิด
งานนี้ไปถึงแล้ว ขึ้นหลังเสือ เอ๊ย ขึ้นหอสูงแล้ว
จะลงก็คงจะไม่ได้แล้วครับ เอาน่า... มาถึงที่แล้ว
(ประมาณว่า ผีมาถึงป่าช้าแล้ว จะไม่ฝังก็กระไรอยู่)
โดดกับเขาครับ ถามครูที่ดูแลความปลอดภัยบนหอแล้ว
เขาบอกว่า ขนาดโบ๊ท วิบูลย์นันท์ ยังกระโดดได้
แล้วรูปร่างบอบบางอย่างนู๋เป๋อจะไปกลัวอะไร หุ หุ หุ
โดดครับ งานนี้โดด... ไปแล้ว พ่อเป๋อ แม่เป๋อ ช่วยลูกด้วยยยย
แล้วความสนุกสนานก็กลับมาเยือนอีกครั้ง
เมื่อก่อนไม่กล้าเลยกับความสูงแบบนี้
งานนี้ชักเริ่มติดใจครับ อิ อิ อิ
จะขอโดดอีกรอบก็กระไรอยู่เพราะนู๋โดดเป็นคนสุดท้าย
ไม่อยากสมาชิกรอนู๋คนเดียว
ในการยิงปืนเลเซอร์นี้ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สนุกสนานมาก
เพราะใช้เป็น M-๑๖ (หรือเปล่า)ในการยิง (ปืนหนักชะมัด) รอบละ ๔ คน
มีการยิงเก็บคะแนน ๒๕ นัด คะแนนเต็ม ๑๒๕ คะแนน
งานนี้นู๋เป๋อทำได้ดีที่สุด ๙๔ คะแนนครับ

นอกจากนั้น ยังมีการยิงเป้าเคลื่อนที่ตามแต่ละสถานการณ์
มีทั้งสถานการณ์การจับตัวประกันไว้ ซึ่งพอเกมส์เริ่มปุ๊บ
ทั้ง ๔ ปืน ก็จัดการกระหน่ำตัวประกันให้ซี๊เบ๊งก่อน แล้วค่อยจัดการโจร
(เก่งชะมัด ฮาตรึม)

นอกจากนั้น ยังมีสถานการณ์ที่มีโจรปล้นบ้าน ก็จัดการเก็บทีละคน
จนกระทั่งถึงคนสุดท้าย ที่เดินออกมายกมือยอมแพ้ขอมอบตัว
แต่นักร้องสาวสวยร่วมทริปของเราก็จัดการกระหน่ำซะหงายเก๋ง
(แจ๋วจริง ๆ หุ หุ หุ)
ฐานต่อมาก็กลับไปปีนขึ้นหอสูงเพื่อโรยตัวลงจากที่สูง
งานนี้นู๋เป๋อมาที่หลังชาวบ้านเขาอีกตามระเบียบ
เพราะต้องรอชุดและลองทดสอบวิธีการเล่นจากอาจารย์ด้านล่างก่อน
พอขึ้นไปถึงข้างบน ก็รอคิวสักพัก ก็ถึงเวลาขาสั่นแล้วครับ
รอบแรกนี้ยังไม่หนำใจ ขออีกรอบนะครับ

น้อง ๆ นนร.แสดงให้ดูก่อนครับ แต่ลงแบบเอาหน้าลง

แต่นู๋ไม่ไหว ขอลงแบบกระดิ๊บ กระดิ๊บละกัน หุ หุ หุ
รอบสองนี้คล่องกว่าเดิม กระโดดจึ๋ง ๆ สองสามที ก็ถึงข้างล่างแล้ว
จริง ๆ แล้วอยากจะเล่นต่ออีก แต่ติดที่ว่า เขาจะไปยิงปืนกัน
งานนี้นู๋เป๋อเลยจำลาต้องขึ้นรถไปยิงปืนต่อครับ
มาถึงสนามยิงปืน รร.จปร. ก็ได้รับการแนะนำวิธีการยิงปืนจากผู้พัน
ซึ่งเป็นการแนะนำทำฮากลิ้งที่สุด (ไม่สามารถบรรยายได้)
แต่ก็ได้เวลาทดสอบฝีมือ ซึ่งก็ต้องรอคิวนานนิดหนึ่ง
พอยิงเข้าจริง ๆ นู๋เป๋อยิงได้ ๙๖ เต็ม ๑๐๐
(อดได้โค๊กป๋องเลย ถ้าได้ ๙๘ ขึ้น จะได้โค๊กป๋อง)
ในขณะที่เด็ก ๆ ยิงได้ ๑๐๐ เต็ม (อายเด็กชะมัด)

สาวสวยจาก ททท. ยิงได้ ๑๐๐ คะแนนเต็ม
เดี๋ยวจะต้องลงไปช่วยราชการที่ยะลา ๓ เดือน
หลังจากยิงปืนเสร็จก็เริ่มเย็นแล้ว อากาศกำลังดี ลมกำลังแรง เพราะฝนจะมา
(จริง ๆ แล้วฝนตกตั้งแต่เช้าแล้ว เดี๋ยวตก เดี๋ยวหยุด แดดก็เปรี้ยง พาลจะไม่สบายเอา)
พวกเราก็มาถึงบริเวณสำหรับกิจกรรทางน้ำของ สง.ทท.รร.จปร.
ซึ่งมีกิจกรรมทั้งเลื่อนข้ามลำน้ำ พายเรือแคนู ถีบจักรยานน้ำ ปั่นจักรยาน และเพ้นท์บอล
(อยากเล่นเพ้นท์บอลมาก แต่ไม่ได้เล่น ฮือ ฮือ)

ป้ายต้อนรับ กิจกรรมทางน้ำของ สนง.ทท.รร.จปร.

น้อง ๆ นนร. กับ น้องตูน

๓ อัศวินแห่งรั้วแดง กำแพงเหลืองที่เสียสละมาช่วยเป็นไกด์พากรุ๊ปเราทัวร์รอบ รร.จปร.
งานนี้นู๋เป๋อก็เกิดอาการกลัวขึ้นมาอีกรอบ แต่ก็คิดได้ว่า
เมื่อกี้โดดหอ โรยตัว เรายังทำได้ เลื่อนข้ามลำน้ำแค่นี้ เราก็ต้องทำได้
แล้วในที่สุด นู๋เป๋อก็ทำได้จริง ๆ ครับ
แถมรอบแรกยังไม่มันส์ ขอต่อรอบสองอีกต่างหาก หุ หุ หุ
งานนี้ต้องขอบคุณพี่เป้ ไกด์ทริปนี้ที่ช่วยเป็นตากล้องให้นู๋ด้วยครับ
เสร็จจากกิจกรรมนี้ก็เตรียมพร้อมเดินทางกลับ
แต่ก่อนกลับก็ต้องถ่ายรูปหมู เอ๊ย รูปหมู่ หน้าตึกกองบัญชาการ รร.จปร.
ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปของรัชกาลที่ ๕
และเป็นที่ใช้จัดกิจกรรมต่าง ๆ ของทาง รร.
แต่ที่น่าเสียดายคือ เมื่อรถมาจอดที่ลานบริเวณหน้ากองบัญชาการ
ฝนก็เริ่มโปรยปราย เลยอดถ่ายรูปหมู่สำหรับผู้ร่วมเดินทางในทริปนี้
นู๋เป๋อกะจะถ่ายรูปเดี่ยวไว้เป็นที่ระลึกสักรูป แต่ก็เกรงใจสมาชิก
เลยได้แค่วิ่งปรึ๊ดไปถ่ายภาพในมุมกว้าง แล้วก็รีบวิ่งกลับมาขึ้นรถ
ก่อนกลับก็แวะมาซื้อของฝากที่ร้านขายของฝากบริเวณข้าง สง.ทท.รร.จปร.
งานนี้นู๋เป๋อเลยได้เสื้อมา ๒ ตัวครับ ตัวละ ๒๕๐ บาท
พวกเราร่ำลาผู้พันและน้อง ๆ นนร.
แล้วออกเดินทางกลับจาก รร.จปร.ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายของเวลาย่ำ ๖ โมงเย็น
รถบัสเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ (ช้าจริง ๆ) มาตามเส้นทางที่การจราจรค่อนข้างคับคั่ง
กว่าจะมาถึงสโมสรกองทัพบกก็ ๒๐๐๐ พอดี
งานนี้นู๋เป๋อก็ต้องรีบทำเวลากลับบ้านนิดหนึ่ง
เพราะรถทัวร์กลับบ้านนู๋ที่ต่างจังหวัดจะหมดเวลา ๒๒๓๐
กว่าจะแวะเอาของที่ห้องเพื่อนที่อนุสาวรีย์ แล้วต่อรถมาขนส่งสายใต้อีก
โชคยังดีที่รถไม่ติดมาก เลยมาถึงสายใต้ทันรถเที่ยว ๒๑๓๐
แต่กว่าจะกลับถึงบ้านก็ ๒๒๔๐ ด้วยความทุลักทุเล
เพราะมีทั้งกระเป๋าเป้สะพาย กระเป๋าหิ้ว ถุงหิ้วอีก ๒ ถุง เป้ายิงปืนอีกแผ่น
พอลงจากรถปุ๊บ เอ๊ะ...ทำไมทางเข้าบ้านนู๋มันมืดขนาดนี้
ทั้ง ๆ ที่ฝั่งตรงข้ามก็สว่าง ฝั่งเดียวกับนู๋ที่ผ่านมาก็สว่าง ที่เลยไปก็สว่าง
ทำไมซอยหมู่บ้านนู๋มันมืดอย่างนี้ ทั้ง ๆ ที่ในหมู่บ้านนู๋ก็เป็นที่ตั้งของ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เสียด้วย
เฮ้อ... ประเทศชาติไทย ฮานาก้า...
งานนี้นู๋เป๋อบอกได้คำเดียวว่า เที่ยวทั่วไทย ไม่ไป...ไม่รู้ จริง ๆ ด้วยครับ
เงิน ๙๙๙ บาทอาจจะมากมายสำหรับใครหลาย ๆ คน (รวมทั้งนู๋เป๋อ)
แต่ถ้าเงิน ๙๙๙ บาท สามารถซื้อความสุขที่ไม่มีพิษไม่มีภัยแก่คนอื่น
รวมถึงทำให้จิตใจของเราเบิกบานแจ่มใสแล้วล่ะก้อ
นู๋ยินดีให้รางวัลกับชีวิตด้วยเงิน ๙๙๙ บาทครับ
แล้วคุณล่ะครับ ให้รางวัลกับชีวิตบ้างหรือยัง ???
ถ้ายัง... แล้วคุณจะให้รางวัลกับตัวคุณเองเมื่อไหร่ล่ะครับ ???
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ปล. ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ ซึ่งประกอบด้วย
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และพี่ ๆ สต๊าฟทุกท่าน
- สำนักงานการท่องเที่ยวโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
- รองผู้บัญชาการสำนักงานการท่องเที่ยวโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และพี่ ๆ สต๊าฟทุกท่าน
- ผู้พันบอมบ์ ไกด์กิตติมศักดิ์จากกองทัพบก
- น้องไผ่ น้องยศ และน้องอั้ม ๓ หนุ่มอัศวินแห่งรั้วแดง กำแพงเหลือง
- พี่เป้ ไกด์จากหนุ่มสาวทัวร์ที่ให้ความรู้และความสนุกสนาน
- และที่ขาดไม่ได้ ขอขอบคุณพี่คนขับรถที่พาเราเดินทางด้วยความปลอดภัยตลอดเส้นทางครั้งนี้
นู๋เป๋อขอขอบคุณพี่ ๆ และน้อง ๆ ทุกท่านที่ทำให้นู๋เป๋อมีความสุขใน ๑ วันครับ ขอขอบคุณจากใจจริง และหวังว่า คงจะมีโอกาสได้ไปเยือนถิ่นอัศวิน จปร. อีกครั้งนะครับ